ความรู้เรื่องแอร์


หลักการทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศ

การทำความเย็นของเครื่องปรับอากาศโดยทั่วไปต้องอาศัยสารทำความเย็นที่ไหลอยู่ในระบบท่อปิดโดยมีเครื่องอัดไอสารทำความเย็นหรือคอมเพรสเซอร์ ทำหน้าที่เพิ่มความดันให้แก่สารทำความเย็นซึ่งเป็นไอให้มีความดันและอุณหภูมิสูงขึ้น (สูงกว่าอากาศภายนอก) แล้วระบายทิ้งที่แผงท่อระบายความร้อน (คอล์ยร้อนหรือคอนเดนเซอร์) ซึ่งติดตั้งอยู่ภายนอกห้อง โดยมีพัดลมทำหน้าที่เป่าระบายความร้อนที่แผงระบายความร้อนนี้ สารทำความเย็นภายหลังผ่านคอล์ยร้อนจะมีสถานะเป็นของเหลวที่ความดันสูงจะไหลผ่านเข้าชุดลดความดัน ก่อนจะไหลเข้าไปยังแผงท่อทำความเย็น (คอล์ยเย็นหรือแฟนคอล์ย) ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในห้อง สารทำความเย็นจะดูดความร้อนจากอากาศบริเวณโดยรอบของแผงท่อทำความเย็นทำให้อากาศที่ไหลผ่านมีอุณหภูมิต่ำลงและถูกส่งผ่านลมเย็นโดยพัดลมที่ติดตั้งอยู่ที่แผงทำความเย็นนี้ไปสู่บริเวณห้องเพื่อให้ได้อุณหภูมิตามต้องการ สารทำความเย็นภายหลังผ่านทางแผงคอล์ยทำความเย็นแล้วจะมีสถานะเป็นไอความดันต่ำก่อนจะไหลเข้าสู่เครื่องอัดไอสารทำความเย็น ทำให้เกิดการทำงานวัฏจักรไปเรื่อยๆ


การใช้งานเครื่องปรับอากาศ

การใช้งานเครื่องปรับอากาศอย่างถูกต้อง ช่วยให้เครื่องทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงานไฟฟ้า สามารถทำได้ง่ายๆโดยวิธีการดังต่อไปนี้

1.ปรับตั้งอุณหภูมิของห้องให้เหมาะสม ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น และห้องอาหาร อาจตั้งอุณหภูมิไม่ให้ต่ำกว่า 25 C สำหรับห้องนอนนั้นอาจตั้งอุณหภูมิสูงกว่านี้ได้ หากปรับอุณหภูมิ เป็น 26-28 C ก็ไม่ทำให้รู้สึกร้อนเกินไป แต่จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ประมาณร้อยละ 15-20

2.ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้งที่เลิกใช้งาน หากสามารถทราบเวลาที่แน่นอน ควรตั้งเวลาการทำงานของตัวเครื่องไว้ล่วงหน้า เพื่อให้เครื่องหยุดเองโดยอัตโนมัติ

3.อย่านำสิ่งของไปกีดขวางทางลมเข้าและลมออกของคอนเดนซิ่งยูนิตจะทำให้ เครื่องระบายความร้อนไม่ออก และต้องทำงานหนักมากขึ้น

4.อย่านำรูปภาพหรือสิ่งของไปขวางทางลมเข้าและลมออกของคอยล์เย็นจะทำให้การกระจายของลมไม่ดี เป็นสาเหตุทำให้ห้องไม่เย็น

5.ควรเปิดหลอดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ภายในห้องเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการใช้งานเท่านั้น และปิดทุกครั้งเมื่อใช้งานเสร็จ เพราะหลอดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าบางชนิดขณะ เปิดใช้งาน จะมีความร้อนออกมาทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้น

6.หลีกเลี่ยงการนำเครื่องครัว หรือภาชนะที่มีผิวหน้าร้อนจัด เช่น เตาไฟฟ้า กะทะร้อน หม้อต้มน้ำ หม้อต้มสุกี้ เข้าไปในห้องที่มีการปรับอากาศ ควรปรุงอาหารในครัว แล้วจึงนำเข้ามารับประทานภายในห้อง

7.ในช่วงเวลาที่ไม่ใช้ห้องหรือก่อนเปิดเครื่องปรับอากาศสัก 2 ชั่วโมง ควรเปิด ประตูหน้าต่างทิ้งไว้ จะช่วยลดกลิ่นต่าง ๆ ให้น้อยลงโดยไม่จำเป็นต้องเปิดพัดลมระบายอากาศซึ้งจะทำให้เครื่องปรับ อากาศทำงานหนักขึ้น

8.ควรปิดประตู หน้าต่างให้สนิทขณะใช้งานเครื่องปรับอากาศ เพื่อป้องกันมิให้ อากาศร้อนชื้นจากภายนอกเข้ามา อันจะทำให้เครื่องต้องทำงานมากขึ้น

9.ไม่ควรปลูกต้นไม้ หรือตากผ้าภายในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศเพราะความชื้น จากสิ่ง เหล่านี้จะทำให้เครื่องต้องทำงานหนักขึ้น เนื่องจากการลดความชื้นจะใช้พลังงาน มากกว่าการทำให้อุณหภูมิอากาศเย็นลง

10เพิ่มการจ่ายลมเย็นสำหรับพื้นที่ที่มีกิจกรรมมากๆ เช่น ห้องรับแขก และห้องรับ ประทานอาหาร

11. ลดการจ่ายลมเย็นและปรับตั้งอุณหภูมิไม่ให้เย็นมากสำหรับพื้นที่ที่มีกิจกรรมน้อยๆ เช่น ห้องนอน และห้องนั่งเล่น


คอมเพรสเซอร์

 คือหัวใจของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งทำหน้าที่ในการดูดและอัดน้ำยาในสถานะแก๊สวิศวกรรมแห่งประเทศไทยได้ให้ความหมายของคำศัพท์ทางวิชาการของคอมเพรสเซอร์ไว้ว่า “เครื่องอัด คือ อุปกรณ์ที่เพิ่มความดันของสารความเย็นที่อยู่ในสภาวะที่เป็นไอ” คอมเพรสเซอร์จะดูดน้ำยาที่เป็นซูเปอร์ฮีตแก๊สความดันต่ำและอุณหภูมิต่ำจากอีวาพอเรเตอร์ผ่านเข้ามาทางท่อซักชั่น เข้ายังทางดูดของคอมเพรสเซอร์แล้วอัดแก๊สนี้ให้มีความดันสูงขึ้นและมีอุณหภูมิสูงขึ้นด้วย ส่งเข้ายังคอนเดนเซอร์ โดยผ่านเข้าทางท่อดิสชาร์จเพื่อไปกลั่นตัวเป็นของเหลวในคอนเดนเซอร์ด้วยการระบายความร้อนออกจากน้ำยาอีกทีหนึ่ง
จะเห็นได้ว่าในวงจรเครื่องทำความเย็น คอมเพรสเซอร์เป็นอุปกรณ์ที่แบ่งความดันในระบบระหว่างด้านความดันสูงและความดันต่ำ น้ำยาที่ถูกดูดเข้ามาในคอมเรสเซอร์จะมีสถานะเป็นแก๊สที่มีความดันต่ำและน้ำยาที่อัดส่งจากคอมเพรสเซอร์จะมีสถานะเป็นแก๊สซึ่งมีความดันสูง
คอมเพรสเซอร์ที่ใช้กันอยู่ในงานเครื่องทำความเย็นมีอยู่หลายชนิด โดยที่นิยมใช้กันในเครื่องปรับอากาศแยกส่วนขนาดเล็กมีดังนี้
1. แบบลูกสูบ
2. แบบโรตารี
3. แบบสโครล์

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ kl_com-rotary.jpg